ซื้อแฟรนไชส์ อย่างไรให้ได้ของดี ของคุณภาพ ยอดขายปัง

0
14

ก่อนซื้อแฟรนไชส์ เรื่องหลักที่คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญ คือเป็นแบรนด์ดังหรือไม่? คนรู้จักเยอะหรือเปล่า? แต่แนวคิดนี้ยังไม่พอ ถ้าอยากทำธุรกิจแฟรนไชส์ให้สำเร็จนั้น จะหวังแค่ซื้อแบรนด์ดังแล้วมาทำกำไรต่อไม่ได้ ถ้าไม่อยากเลือก ซื้อแฟรนไชส์ แล้วเจ๊ง ก่อนซื้อ ว่าที่แฟรนไชส์เซอร์ทั้งหลายยังต้องพิจารณาอีกหลายองค์ประกอบ

ซื้อแฟรนไชส์ แม้แบรนด์ดัง ก็ต้องมีระบบหลังบ้านดี

ซื้อแฟรนไชส์ สำคัญกว่าเลือกแบรนด์ดัง คือต้องเลือกที่มีระบบจัดการหลังบ้านดี

มันคือโครงสร้างที่จะวัดความแข็งแกร่งนั่นเอง ถ้าอยากรู้ว่าธุรกิจแฟรนไชส์จะขับเคลื่อนให้เติบโตไปได้ดีหรือไม่นั้น อยู่ที่ว่า บริษัทมีระบบการจัดการดีแค่ไหน จริงอยู่ว่าความสำเร็จของการทำธุรกิจแฟรนไชส์คือการขยายสาขาออกไปให้ได้มากที่สุด แต่ถ้าขยายสาขาเร็วเกินไปโดยที่ระบบยังไม่พร้อม ทีมงานไม่พอ ส่งของให้สาขาต่างจังหวัดไม่ทัน ควบคุมซัพพลายเออร์ยังไม่ได้ จะทำให้ธุรกิจเสี่ยงมาก ซึ่งถ้าเจ้าของแฟรนไชส์ล้มสาขาลูกก็ย่อมพังไปด้วย

ซื้อแฟรนไชส์ทั้งทีระบบต้องมีมาครบวงจร

ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ใดก็ตาม ต้องดูด้วยว่าระบบจัดการหลังบ้านดีหรือยัง แฟรนไชส์ที่ดีต้องมีระบบแทคโนโลยี ระบบการสื่อสาร และระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยและแม่นยำ เอาไว้ใช้ใช้ตรวจสอบผลการทำงานเพื่อดูแลสนับสนุน เช่น ยอดขาย ข้อมูลการสั่งซื้อสินค้า และที่สำคัญระบบเหล่านี้ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่ตลอด เพราะเทคโนโลยีจะล้าหลังไม่ได้

ซื้อแฟรนไชส์ต้องขยันสำรวจให้ครบทุกแบรนด์

ควรสำรวจเจ้าอื่นก่อนซื้อแฟรนไชส์ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ก่อนที่เราจะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์ลองไปสำรวจแฟรนไชส์สาขาอื่นใกล้บ้านดูบ้างว่าบรรยากาศเป็นอย่างไร ซึ่งควรดูตั้งแต่ รูปแบบคีออส ร้านสวยสะดุดตาหรือไม่ อยู่ในย่านคนเยอะหรือเปล่า ลูกค้าเยอะแค่ไหน นอกจากแฟรนไชส์แบรนด์เราแล้วมีแฟรนไชส์ร้านอื่นที่ขายของคล้ายกันหรือเปล่า

ถ้าเป็นไปได้ลองเข้าไปพูดคุยกับคนขาย เพื่อดูแนวทางในการตัดสินใจว่าหากซื้อแฟรนไชส์มาแล้วจะน่าขายเหมือนคำโฆษณาหรือเปล่า ถึงแม้ว่าการสำรวจร้านค้าจะไม่ใช่ปัจจัยหลักเพราะร้านของเราก็ต้องตั้งอยู่คนละสถานที่กันอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังช่วยให้นึกภาพรวมออกว่า ถ้าตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์มาแล้วบรรยากาศจะประมาณไหน จะน่าขายจริง ๆ หรือเปล่า

ซื้อแฟรนไชส์ อย่าซื้อตามความชอบส่วนตัว

ซื้อแฟรนไชส์ ไม่ควรเลือกแค่เพราะความชอบส่วนตัว

ไม่ควรเลือกซื้อแฟรนไชส์แค่เพราะความชอบส่วนตัวหรือมีงบพอซื้อแค่เท่านี้ แต่ควรเลือกประเภทของแฟรนไชส์คู่กับเลือกทำเลไปพร้อมกัน เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่คนมองข้าม หลายครั้งพบว่าพอเปิดร้านขายแล้วยอดขายไม่ปังเท่าที่คิดไว้ นั่นเป็นเพราะสินค้าไม่เข้ากับตลาด

สินค้าบางประเภทราคาแพงดูหรูหราแต่กลุ่มลูกค้าเป็นกลุ่มคนโรงงานมีรายได้ไม่ถึง หรือซื้อแฟรนไชส์เพราะค่าแรกเข้าถูกเก็บค่าธรรมเนียมต่ำ ตั้งร้านในย่านชุมชนคนมีตังค์แต่แบรนด์ดูไม่น่าสนใจคนก็ไม่ซื้อ นอกจากนี้ยังมีปัญหาสินค้าของเราไปซ้ำกับแฟรนไชส์เจ้าอื่นหรือร้านค้าอื่นซึ่งเป็นร้านเจ้าถิ่นที่คนติดไม่ยอมเปลี่ยนแบรนด์ เพราะฉะนั้น อย่าเลือกสินค้าที่ตัวเองสนใจส่วนตัวเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเลือกสินค้าให้เหมาะกับพฤติกรรมลูกค้าในแต่ละพื้นที่ด้วย

ซื้อแฟรนไชส์ ควรเลือกที่มาพร้อมแผนการตลาด

ซื้อแฟรนไชส์ต้องดูแผนการตลาดของแฟรนไชส์เซอร์

“แผนการตลาด” เป็นสิ่งที่แฟรนไชส์เซอร์หรือบริษัทแม่ต้องวางแผนเพื่อสนับสนุนสาขาให้ขายของง่ายขึ้น ก่อนเลือกซื้อแฟรนไชส์ต้องดูบริษัทแม่ว่ามีแผนธุรกิจที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ มีเคสคนสำเร็จที่ตรวจสอบได้จริง ระบบการตลาดไม่ควรเน้นแค่ “ขยายสาขา” เพียงอย่างเดียวแต่ “วิสัยทัศน์” ของเจ้าของต้องดี ต้องมีกลยุทธ์ในการพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ มีทีมสำรวจตลาด จัดทำโปรโมชั่น การออกแบบร้านค้าที่ดูโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ฯลฯ

บริษัทควรช่วยวางแผนการจัดการต้นทุน ช่วยวางแผนการซื้อและสต๊อกวัตถุดิบ ช่วยควบคุมสาขาไม่ให้เกิดพื้นที่ทับซ้อน นอกจากนี้ควรมีคอร์สอบรมและคู่มือปฎิบัติงาน เพื่อถ่ายทอดความรู้ ทักษะ และถ้ามีการนำเสนอธุรกิจหรือร่วมจัดงานสัมมนาการขายธุรกิจแฟรนไชส์ จะถือได้ว่าเจ้าของธุรกิจมีวิสัยทัศน์ที่น่าร่วมลงทุนด้วยอย่างมาก

ซื้อแฟรนไชส์ เรื่องเงิน เรื่องภาษีก็ต้องเตรียมพร้อมไว้

ต่อมาค่อยดูเรื่อง แผนการเงินและการเสียภาษี

แผนการเงินในที่นี้ ต้องดูประกอบกัน 2 ประเด็น อย่างแรกคือแฟรนไชส์ที่เราสนใจนั้นราคาเท่าไหร่ เราอยากได้แพกเกจไหน เหมาะสมกับทำเลที่จะตั้งร้านหรือไม่ รวมไปค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

ซื้อแฟรนไชส์ ทุนตั้งต้น ทุนหมุนเวียนต้องพร้อมไม่สะดุด

จากนั้นค่อยมาดูแผนการเงินของเรา เรามีเงินทุนเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอควรจะกู้ยืมหรือหาเพื่อนร่วมลงทุน แต่ละทางเลือกมีความเสี่ยงที่ต่างกันอย่างไร ควรจดทะเบียนในรูปแบบบุคคลหรือนิติบุคล เพราะถัดจากการลงทุนแล้ว ต่อมาจะต้องมีเรื่องภาษีเข้ามาเกี่ยวข้อง

ซื้อแฟรนไชส์ รายละเอียดเงื่อนไขธุรกิจก็ต้องศึกษา

และสุดท้ายค่อยดูรายละเอียดของแฟรนไชส์

เมื่อเปรียบเทียบจนได้แบรนด์แฟรนไชส์ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการศึกษาเงื่อนไขการร่วมธุรกิจกัน ก่อนซื้อแฟรนไชส์ต้องอ่านสัญญาให้รอบคอบ รวมไปถึงกระบวนการขายการคัดเลือกผู้ซื้อแฟรนไชส์ แนะนำให้มีคนที่ไว้ใจได้มาช่วยกันตรวจสอบก่อนตัดสินใจยิ่งดี

การอ่านสัญญาที่ดีคือควรตั้งคำถามไปด้วย เช่น ถ้าสัญญาไม่หักค่าธรรมเนียมแรกเข้า แล้วต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีหรือเปล่า ค่าธรรมเนียมเท่ากันทุกปีหรือขึ้นอยู่กับยอดขาย ต้องซื้อวัตถุดิบหรืออะไรจากเจ้าของแฟรนไชส์บ้าง ฯลฯ ก่อนซื้อ…คุณมีเวลามากพอที่จะตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ได้เซ็นต์ชื่อลงในสัญญาแล้วผู้ซื้อแฟรนไชส์จะต้องปฏิบัติตามเจ้าของแฟรนไชส์ทุกอย่าง

ซื้อแฟรนไชส์ ต้องดูอย่างใจเย็นก่อนเซ็นสัญญา

สิ่งสุดท้ายที่อยากแนะนำก่อนซื้อแฟรนไชส์ “ต้องใจเย็น” ลงพื้นที่สำรวจตลาดจริง ๆ ให้มากกว่าดูโบรชัวร์หรือแค่คำนวณต้นทุนกับค่าธรรมเนียม เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่วัดกันจริง ๆ ไม่ใช่เราซื้อแฟรนไชส์กับแบรนด์ใด แต่จะวัดกันที่ “ซื้อมาแล้วมีโอกาสขายได้เท่าไหร่” ฉะนั้นสำคัญจึงอยู่ที่ตัวเราไม่ใช่แบรนด์แฟรนไชส์ ยิ่งตัวเรารู้จักตลาดดีเท่าไหร่เรายิ่งเลือกซื้อแฟรนไชส์ได้ดีขึ้นเท่านั้น