10 เว็บขายของออนไลน์ ขายฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

0
36

อย่างที่เรารู้กันดีว่าโลกออนไลน์นั้นสำคัญต่อทุกธุรกิจขนาดไหน แต่เชื่อหรือไม่ว่าปัจจุบันก็ยังมีหลายธุรกิจที่ไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเองจริงจัง เมื่อเกิดวิกฤติทำให้เปิดหน้าร้านออฟไลน์ไม่ได้การจะหันมาสนใจ เว็บขายของออนไลน์ ก็ช้าไปเสียแล้ว อย่างไรก็ตามการมี เว็บขายของออนไลน์ช้าก็ยังดีกว่าไม่มี บทความนี้จึงได้รวบรวมเว็บไซต์ทั้งในรูปแบบ e-commerce, Cross-Border, Market Place และ classified หรือลงประกาศซื้อขายสินค้าต่างๆ มาดูกันเลยว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง

เว็บขายของออนไลน์ ระบบ E-commerce และ Market Place

รู้จักกับเว็บขายของออนไลน์ระบบ Ecommerce และ Market Place

1.“MAGENTO” https://magento.com/

คือ E-commerce Platform เป็นระบบที่ใช้ทำเว็บขายของออนไลน์ที่เหมาะสำหรับทั้งธุรกิจแบบ B2B และ B2C จุดเด่นของ Magento คือมีฟังก์ชั่นเกี่ยวกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซครบครัน เช่น ระบบการออกโปรโมชั่น, การเปรียบเทียบสินค้า ฯลฯ และที่สำคัญธุรกิจสามารถออกแบบหน้าตาเว็บที่เหนือกว่าเทมเพลทมาตรฐานต่อได้ Magento มีบริการ 2 รูปแบบ รูปแบบที่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางคือ “Magento Community” เป็นแบบให้โหลดมาใช้ฟรี แต่ก็ควรมีคนเขียนเว็บเป็นดูแล Code ของเว็บด้วยจะดีมาก

2. “SHOPIFY” www.shopify.com

เป็นอีกหนึ่ง E-commerce Platform ที่คนไทยใช้กันเยอะพอสมควร ถ้าหากใครที่เคยใช้บริการเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแบบพื้นฐานมาก่อนจะเห็นว่าเราไม่สามารถพัฒนาหน้าตาเว็บไปได้มากกว่าเทมเพลทที่เค้าออกแบบไว้แล้ว แต่สำหรับ Shopify คุณสามารถพัฒนาหรือดีไซน์ต่อได้ทำให้เว็บขายของออนไลน์ของคุณมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ข้อดีของ Shopify นอกจากจะมีฟีเจอร์ SEO แล้วยังมีระบบสามารถบริหารสต๊อก สามารถเพิ่มสินค้าในสต๊อก ตัดสต๊อก และเช็คสินค้าได้ทั้งหมด เหมาะกับธุรกิจที่มีสินค้าหลาย SKU และมีสินค้าหลายพันชิ้นขึ้นไป สามารถใช้จัดการสต๊อกควบคู่ไปกับหน้าร้าน Lazada, Shopee หรือเว็บไซต์อื่นๆได้

เว็บขายของออนไลน์ ที่มีกลยุทธ์ด้วยวิธีการประมูล

3.“CHILINDO”  https://www.chilindo.com/

หลายคนอาจจะเคยเห็นเว็บประมูลสินค้าที่ชื่อ Chilindo ผ่านตามาบ้าง แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า Chilindo เป็นธุรกิจเว็บขายของออนไลน์ที่มีกลยุทธ์ทั้งรูปแบบ B2B และ B2C โดยใช้เทคนิคการขายแบบประมูลสินค้า แถมยังเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีเจ้าของเป็นคนไทยด้วย ถึงจะเป็นเว็บขายของออนไลน์แบบประมูลสินค้าแต่ Chilindo ไม่ธรรมดา! เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนในปี 2560 เคยมียอดขายเป็นอันดับ 3 รองจาก Lazada และ Shopee เท่านั้นเอง จุดเด่นคือการประมูลสินค้าเริ่มต้นที่ 1 บาทเท่านั้น ทำให้ลูกค้าสนุกและตื่นเต้นกับการช๊อปปิ้งมากขึ้น

เว็บขายของออนไลน์ จากประเทศสิงคโปร์

4.“ZILINGO”  https://zilingoshopping.com/th-th/

เป็น Marketplace ของสิงคโปร์ที่มีสินค้าหมวดแฟชั่นเป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ไปจนถึงสินค้าความงาม เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจแฟชั่นรายเล็กไปจนถึงกลาง เพราะหนึ่งในปัญหาใหญ่ของธุรกิจแฟชั่นคือบางแบรนด์ไม่ได้ผลิตสินค้าแบบ mass การผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นแต่ละคอลเลคชั่นจึงต้องใช้ทุนสูงมาก แต่เป็นแบรนด์เล็กที่มีคุณภาพ Zilingo จึงให้ความสำคัญทั้งธุรกิจแบบ B2C และ B2B ตั้งใจเป็นเว็บขายของออนไลน์ที่ครอบคลุมทั้งระบบ Supply Chain ทั้งบริการด้านเงินทุน สต๊อกสินค้า จัดส่ง แถมยังช่วยร้านค้าทำการตลาดด้วย  

เว็บขายของออนไลน์ จาก JD Central

5.“JD CENTRAL”  https://www.jd.co.th/

ถ้าอยากหาเว็บขายของออนไลน์ที่มากกว่า Lazada หรือ shopee แล้ว เพิ่มอีกช่องทางกับ JD Central ก็ยิ่งเปิดโอกาสในการขายมากขึ้น JD เป็นแบรนด์ที่ร่วมกันระหว่างเครือ Central Group กับ JD.com อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ถึงแม้จะเพิ่งเปิดตัวในปี 2018 แต่เน้นชูจุดเด่นขายของแท้เท่านั้น จึงเหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจในไทยโดยเฉพาะผู้ผลิดหรือนำเข้าทั้งรายเล็กรายใหญ่ ถ้าอยากเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับธุรกิจไม่ควรพลาดเปิดหน้าร้านออนไลน์กับ JD Central อีกทาง

เว็บขายของออนไลน์ ผ่าน Pantip Market
t

6. “PANTIP MARKET”  https://www.pantipmarket.com

เป็นเว็บอีคอมเมิร์ซที่เน้น Classified คือลงประกาศฟรี ลงโฆษณาฟรี ร้านค้าออนไลน์ ไปจนถึงสินค้ามือสอง ครอบคลุมสินค้าและบริการทุกหมวดหมู่ เหมาะสำหรับเอาไว้ประชาสัมพันธ์ธุรกิจเพราะการขายของสุดท้ายแล้วก็ต้องประชาสัมพันธ์ ข้อดีของ pantip market คือลงประกาศฟรี แต่ต้องหมั่นคอยเลื่อนกระทู้ให้อยู่บนสุด     

เว็บขายของออนไลน์ ระบบ Cross-Border และ classified

เว็บขายของออนไลน์ระบบ CrossBorder และ classified ที่คุณไม่ควรพลาด

7. “KAIDEE”  https://www.kaidee.com

เป็นเว็บลงประกาศเช่นกัน แต่เน้นสินค้ามือสอง หมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมเช่น รถยนต์มือสอง อะไหล่มือสอง โทรศัพท์มือถือ แทปเลท แต่นอกจากประกาศโฆษณาสินค้ามือสองแล้ว Kaidee ยังมีหมวดประกาศอสังหาริมทรัพย์ หมวดหมู่ธุรกิจ เช่น แฟรนไชส์ ขายเซ้งกิจการ มีหมวดหมู่บริการ เช่น บริการล้างแอร์ บริการด้านสุขภาพ บริการด้านบัญชี ไปจนถึงประกาศหางาน ถือว่าเป็นเว็บอีคอมเมิร์ซประเภท Classified ที่ครอบคลุมที่สุดของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

เว็บขายของออนไลน์ ส่งตรงจากต่างประเทศ

8.“ETSY”  https://www.etsy.com/

Etsy เป็นเว็บขายของออนไลน์ต่างประเทศ เป็น Marketplace ที่เน้นขายของ Handmade ล้วนๆ เหมาะสำหรับคนที่มีความสามารถด้านงานฝีมือแต่ไม่รู้จะไปขายที่ไหนเพราะไม้ได้มีสินค้ามากนัก เหมาะกับคนที่เห็นคุณค่าของงานทำมือ Etsy มีกฎในการเปิดร้านของคือขายสินค้าได้ไม่เกิน 3 ชิ้นเท่านั้น ห้ามเลียนแบบคนอื่นมา ต้องถ่ายรูปตอนทำ สถานที่ทำงาน พร้อมป้ายระบุชื่อร้านและวันที่ด้วย นั่นหมายความว่าเป็นเว็บขายของออนไลน์ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าทำมือมาก เว็บไซต์นี้เป็นของประเทศอเมริกา ปัจจุบันมีผู้ขายชาวไทยเยอะพอสมควรและมีผู้ซื้อทั่วโลกสมาชิกกว่า 44 ล้านคน   

เว็บขายของออนไลน์ ยอดนิยมจากจีน

9.“TAOBAO”  https://world.taobao.com/

Taobao เป็นเว็บขายของออนไลน์ต่างประเทศเหมือนกันแต่เน้นขายของให้ลูกค้าคนจีนโดยเฉพาะ หรือที่เรียกกันว่า

“Cross Border e-Commerce” หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ข้ามพรมแดน เป็นโมเดลการค้าข้ามประเทศผ่านออนไลน์ เน้นค้าปลีกแบบ C2C อย่างที่รู้กันดีว่าตลาดจีนมีประชากรเยอะมาก แถมคนจีนยังชอบสินค้าของไทยมากมาย ทั้งผลไม้ เครื่องสำอาง ขนม ยาดม ยาทานวดคลายปวดเมื่อย ไปจนถึงพระเครื่อง

เว็บขายของออนไลน์ ในเครือ Alibaba

10.“TMALL”  https://www.tmall.com/

ถ้าพูดถึง Taobao แล้วไม่พูดถึง Tmall ก็คงไม่ได้ เพราะเป็น เว็บขายของออนไลน์ 0 เส็ในเครือ Alibaba เหมือนกันแต่เน้น B2C แต่อย่างลืมว่าตลาดจีนนั้นใหญ่มากจริงๆ Tmall มีสมาชิกชาวจีนกว่า 500 ล้านคน ฉะนั้นเจ้าของธุรกิจควรเพิ่มทางเลือกเอาไว้หลายทาง ขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของชาวจีนที่นิยมสินค้านำเข้า